haha

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

กระชับรูขุมขนด้วยวิธีง่ายๆ

ผู้ชายทุกคน ก็คงอยากมีหน้าใส หล่อเนี้ยบกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องรูขุมขนใหญ่จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่อยากให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง

โดยเฉพาะผู้ชายผิวหน้ามันทั้งหลาย เราเลยมีวิธีแนะนำที่จะช่วยกระชับรูขุมขนง่ายมาแนะนำ

รูขุมขนใหญ่ : ผิวไม่สม่ำเสมอเป็นรูๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำให้สิ่งสกปรกตกค้าง สะสม และอุดตันได้ง่าย

รูขุมขนเล็ก : ผิวเรียบเนียนไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ สิ่งสกปรกไม่ตกค้าง

เคล็ดลับกระชับรูขุมขน เตรียมอุปกรณ์ 1. ก้อนน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบสักก้อนสองก้อน 2. กระดาษทิชชูเนื้อละเอียด หรือผ้าสะอาด

วิธีทำ

1.ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย
2.นำก้อนน้ำแข็งที่เตรียมไว้ไปผ่านน้ำสัก 1-2 วินาที เพื่อให้น้ำแข็งสะอาดและละลายเล็กน้อยจนผิวสัมผัสเรียบขึ้น
3.นำก้อนน้ำแข็งมาห่อด้วยกระดาษทิชชูสัก 3-4 ชั้น หรือผ้าบางๆ สัก 2 ชั้น เพื่อไม่ให้เย็นหน้าจนเกินไป
4.รอให้น้ำแข็งละลายพอชุ่มๆแต่ไม่แฉะ เพราะน้ำจะช่วยหล่อลื่นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย
5.นำมาถูบนใบหน้าเบาๆ จากศูนย์กลางหน้าออกไปด้านข้าง โดยเน้นบริเวณทีโซนและแก้มเป็นพิเศษ -ทำครั้งละประมาณ 1-2 นาที -ทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน คือหลังตื่นกับก่อนนอน -ทำสัก 3 เดือน แล้วลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าตัวเองดู

ข้อควรระวัง อย่าใช้น้ำแข็งที่ออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆ สัมผัสผิวหน้าโดยตรงเด็ดขาด เพราะผิวหน้าที่บอบบางอาจจะปรับตัวไม่ทัน หรือถูกน้ำแข็งดูดจนพอง – อย่าใช้น้ำแข็งที่สกปรก – อย่ากดก้อนน้ำแข็งแรงๆ จนบี้ไปกับผิวหน้า เพราะอาจทำให้ผิวเย็นจนเกิดอาการช็อกหรือเป็นรอยได้

ขอบคุณ : isnhotnews

กรุ๊ปเลือด กับอาหารต้องห้าม

กรุ๊ปเลือด กับอาหารต้องห้าม

คราวนี้มาดูกันดีว่า กรุ๊ปเลือดอะไรควรและไม่ควรรับประทานอะไรบ้าง
กรุ๊ป O
ถือว่า เป็นเลือดกรุ๊ปแรกของมนุษย์เราเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นมนุษย์กลุ่มแรกของโลกที่ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้น คนที่มีเลือดกรุ๊ป O จะมีสุขภาพแข็งแรงดี สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยโปรตีนได้ง่าย

แต่มักมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานไม่ดีนัก ดังนั้น อาหารที่เลือกรับประทาน ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันมาก โดยเฉพาะเนื้อหมู ซึ่งร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแผลเน่าเปื่อย หรือเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น การรับประทานเพื่อบำรุงจึงขาดกันไม่ได้

ควรเลือกรับประทาน ผักใบเขียวเพื่อได้รับวิตามินเค จะช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเร็วขึ้น นอกจากผักใบเขียวแล้ว คนกรุ๊ปเลือดนี้ ควรรับประทาน มะเขือเทศ แครอท และน้ำผลไม้รวม เพื่อเพิ่มเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา และควรออกกำลังกายที่ใช้พลังงานมาก เช่น การแอโรบิค ว่ายน้ำ จะทำให้ช่วยคุมน้ำหนักให้คงที่ได้เป็นอย่างดี



กรุ๊ป A
กลุ่มเลือดนี้เกิดขึ้นในช่วงหมดยุคสมัยแห่งการล่าสัตว์ มนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งและรู้จักการเพราะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารแทนเนื้อสัตว์ ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดนี้จึงเหมาะกับอาหารประเภทข้าว แป้ง และผัก ผลไม้เป็นที่สุด

ข้อควรจำ คือคนเลือดกรุ๊ป A จะอ่อนไหวต่อโรคมะเร็งมากกว่า หมู่อื่นๆ ควรลดหรือละเว้น นม เนื่องจากแอนติเจนที่อยู่ในเซลล์ของเลือดกรุ๊ป A เอง และเนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดต่ำ คนกรุ๊ปเลือดนี้ จึงไม่ควรรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และอาหารสำเร็จรูปที่มีสารไนไตรท์มาก อาหารที่ควรเลือกรับประทานได้แก่ อาหารทะเล ผักต่างๆและธัญพืช เช่น ซีเรียลโฮลวีท ที่มีใยอาหาร ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร วิตามินบี เพื่อช่วยการทำงานของระบบประสาท และเม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง

ข้อควรระวังสำหรับคนกรุ๊ปเลือดนี้ คือความเครียด การออกกำลังกาย ที่ใช้พลังงานมาก กลับยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น จึงควรฝึกโยคะ นั่งสมาธิ ตีกอลฟ์ หรือเต้นระบำเพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติ


กรุ๊ป B
พวกที่อยู่ในกลุ่มเลือดกรุ๊ป B ถือว่าเป็นเลือดที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นอันดับสามของมนุษย์ เป็นช่วงที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตรเป็นแล้ว ก็เริ่มนำสัตว์มาเลี้ยงและรับประทานเนื้อ ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดนี้ จึงรับประทานได้หลากหลาย ทั้งเนื้อ นม ไข่ ผัก ผลไม้

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีไปเสียหมด เพราะจุดอ่อนอยู่ตรงที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ดังนั้ นจึงควรเสริมอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด ข้าวกล้อง นมและผลิตภัณฑ์จากนม อย่างการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ ทำจากนม สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าท้องไส้จะปั่นป่วน หรือท้องเฟ้อเรอเหม็น เปรี้ยว อย่างคนกรุ๊ปเลือด A

ส่วนการออกกำลังกาย สามารถทำได้หลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แอโรบิค ว่ายน้ำ กอล์ฟ หรือแม้แต่โยคะ
กรุ๊ป AB มาถึงเลือดกรุ๊ปสุดท้ายที่เกิดขึ้นในหมู่มนุษย์เรา พบว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1,000 กว่านี้เอง จะมี 2 ลักษณะในตัว คือเป็นได้ทั้ง แบบกรุ๊ป A และกรุ๊ป B จึงสามารถรับประทานได้ทั้ง 2 กรุ๊ปเลือดตามใจชอบ

แต่ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก และเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เนื่องจากน้ำย่อยมีความเป็นกรดต่ำ จึงทำให้ย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ไม่ค่อยดีนัก มักจะมีกรดเกิดขึ้นมาก ในท้องส่วนล่าง หรือลำไส้ใหญ่ อาจสังเกตได้ง่ายๆ ถ้ามีอาการผิดปกติ คือ จะเรอบ่อย

อาหารที่ควรรับประทาน เช่น อาหารทะเล ผักสด เต้าหู้ ผลไม้จำพวกส้มโอ องุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโยเกิร์ต เนื่องจากจะช่วยในการย่อย กระเพราะอาหารไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป และควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อขับไล่ของเสียในร่างกายที่มีมากกว่าคนกรุ๊ปอื่น ซึ่งเป็นเพราะความซับซ้อนทางด้านชีวเคมี ส่วนการออกกำลังกาย เลือกที่ทำให้จิตใจสงบมีสมาธิ อย่างเช่น โยคะ ยิงธนู เป็นต้น

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมพิจารณาก่อนส่งอาหารจานอร่อยเข้าปาก และดำเนินชีวิตให้เกิดสมดุลตามธรรมชาติ เพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรัง บางชนิด ไม่อาจรักษาให้หายขาดด้วยยาแผนปัจจุบัน แต่ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเสียใหม่ ...

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้อคิดเล็กๆ 12 ราศี


ราศีเมษ(15 เม.ย.-14 พ.ค.)
พยายามมองหาสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตได้เสมอ เช่น โอกาศในหารเปลี่ยนเเปลงตัวเอง การได้เห็นธาตุเเท้ของคนที่ไว้ใจ การได้รู้ว่าความสุขมีค่าเเค่ไหนหลังจากผ่านความทุกข์เเล้ว
ราศีพฤษภ(15 พ.ค.-14 มิ.ย.)คนเราเมื่อได้โกหกคำเเรกออกไปเเล้ว คำต่อๆ ไปก็จะพรั่งพรูออกมา ถ้าไม่รู้สำนึกเเละยับยั้งปากเอาไว้อาจดดนกล่าวหาเป็นจอมลวงโลกเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นก่อนที่จะพูดโกหก ความใช้สติให้มากๆ

ราศีเมถุน(15 มิ.ย.-14 ก.ค.)
อย่าคิดเอาชนะใครทั้งนั้น ถ้ายังไม่สามารถเอาชนะตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการชนะใจที่จะไม่ทำความผิด ชนะสถิติการเรียนที่เคยทำมา ชนะความขี้เกียดที่จะทำสิ่งใดๆเเละชนะอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา


ราศีกรกฎ (15ก.ค.-14 ส.ค.)คนเเต่ละคนให้ความสำคัญกับเเต่ละเรื่องไม่เท่ากัน ในขณะที่เราให้ความสำคัญกับความรัก คนอื่นอาจให้ความสำคัญกับการเรียน การทำงาน ซึ่งไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิดเพราะทุกคนมีเสรีภาพ

ราศีสิงห์(15ส.ค.-14 ก.ย.)ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวลับๆส่วนตัวให้คนอื่นฟัง ลองคิดถึงผลได้ผลเสียหลังจากที่อีกฝ่ายได้รับรู้ด้วย เพราะถ้าเสี่ยงกับการถูกประจาน นินทาว่าร้ายลับหลัง คนที่จะเสียความรู้สึกก็จะเป็นเราเอง


ราศีกันย์(15 ก.ย.-14 ต.ค.)อย่าตัดสินความจริงใจของคนที่หน้าตา เพราะคนหน้าตาดี บุคลิกดี ไม่จำเป็นต้องใจดีเสมอไปเเละคนหน้าตาขี้เหร่ บุคลิกเเย่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนชั่วด้วย ต้องใช้เวลาในการศึกษา

ราศีตุลย์(15 ต.ค.-14 พ.ย.)
ความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก คือ ความรัก เพราะมันสามารถสร้างทุกอย่างได้ เเต่ในเมื่อมันสร้างทุกอย่างได้ก็สามารถทำลายทุกสิ่งได้เหมือนกัน ถ้าเอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือ พลาดหวังจากรักครั้งนั้น

ราศีพิจิก(15 พ.ย.-14 ธ.ค
.)ในทะเลทราย ถึงเราจะเหยียบบนผืนทรายด้วยความหนักเเน่เเค่ไหน เเต่ไม่นานรอยเท้าของเราก้จะเลือนหายไป เหมือนกับความทรงจำเลวร้าย เเม้จะหนักหนาเเต่เวลาจะช่วยให้มันหายไปได้

ราศีธนู(15 ธ.ค.-14 ม.ค.)
ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองจะตายวันไหน ฉะนั้นจงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เเล้วในนาทีสุดท้ายก่อนที่จะตาย เราจะไม่รู้สึกเสียดายว่ายังไม่ได้ทำอะไรเต็มที่เลย



ราศีมังกร (15 ม.ค.-14 ก.พ.)อย่าเอาชีวิตไปยึดติดกับบางคนเกินไป เพราะเขาจะรู้สึกอึดอัดที่มีเราเป็นภาระ หรือในทางตรงกันข้าม ก็อาจจะหลอกใช้เราเพราะเห็นเราเป็นของตาย ทางที่ดีคือต้องพึ่งตัวเองให้ได้ ไม่ง้อใครเลย

ราศีกุมภ์(15 ก.พ.-14 มี.ค.)
เพื่อนที่ดีคือผู้ที่อยู่เคียงข้างเเม้ในยามที่เราทำผิด เเละกล้าพอที่จะตักเตือนเรา เเม้จะรู้ว่าเราอาจไม่พอใจ ฉะนั้นถ้ามีเพื่อนเเบบนี้ จงรักเขาเเละตอบเเทนด้วยความจริงใจกลับไป เขาต้องการเเค่นี้จริงๆ

ราศีมีน(15 มี.ค.-14 เม.ย.)
ความยุติธรรมอาจหายากซักหน่อยเพราะคนส่วนมากยังต้องเห็นเเก่ตัว เห็นเเก่พวกพ้อง ญาติมิตรของตัวเองก่อนเสมอ สิ่งที่ต้องทำก็คือ เรียกร้องสิทธิ์ให้ตัวเองไม่ให้เสียเปรียบมากเกินไปเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

ล้างพิษใน 1 วันอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง



ในแต่ละวันที่ผ่านมา ลองทบทวนดูสิว่าเรากินอาหารแบบตามใจปากมามากแค่ไหน ได้กินผักผลไม้อย่างเพียงพอบ้างหรือเปล่า หรือว่าภายในกระเพาะและลำไส้จะมีแต่แป้ง ไขมัน และสารพิษ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดโรคต่างๆ ขึ้น
แต่หากใครอยากจะล้างพิษในร่างกายของตัวเอง  ก็มีวิธีล้างพิษแบบง่ายๆ ในหนึ่งวันมาฝากกัน สำหรับการล้างพิษหรือ Detoxify นี้ เป็นการล้างพิษด้วยการอดอาหาร ซึ่งก็มีหลายแบบด้วยกัน เช่นจะไม่กินอะไรเลย ดื่มแต่น้ำเปล่า หรือดื่มแต่น้ำผลไม้ หรือกินผลไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
วิธีที่ แนะนำนั้นก็คือการกินผลไม้เพียงอย่างเดียวในหนึ่งวันเต็มๆ โดยให้เลือกผลไม้ที่เราชอบมาหนึ่งอย่าง แต่ไม่ควรเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่สูงอย่างทุเรียน ขนุน หรือผลไม้ที่มีกรดมากอย่างสับปะรด แต่จะเลือกเป็นมะละกอ แอปเปิล ชมพู่ ฝรั่ง ฯลฯ อะไรก็ได้ที่เราชอบและสามารถกินได้ตลอดวันเป็นทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น เช่นอาจจะกินฝรั่งสดๆ ในมื้อแรก แล้วเปลี่ยนเป็นยำผลไม้ (ฝรั่ง) หรือน้ำฝรั่ง กินสลับกันไปตามแต่จะคิดทำ
หลังจากกินแต่ผลไม้ในวันแรก พอตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันหนึ่งก็ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 ลิตร ผสมกับน้ำมะนาว 2 ลูก และเกลือ 2 ช้อนชา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว และขับสารพิษออกมากับอุจจาระ
ในการล้างพิษด้วยผลไม้นี้อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง ดังนั้นในวันนี้จึงไม่ควรทำงานหนักหรือออกกำลังกาย แต่ควรเป็นวันสบายๆ ที่ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ หรือดูหนังฟังเพลงให้สบายใจดีกว่า และหากเป็นไปได้ก็ควรล้างพิษอย่างง่ายๆ สองสัปดาห์ต่อครั้งก็จะดี

โรคตึกเป็นพิษ ภัยเงียบคนทำงาน


วัยทำงานอย่างคุณ การทำงานอยู่ตึก อาคารสูงๆ คุณเคยมีอาการอ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตาบ้างไหม ระวังอาจจะเป็นเสียสุขภาพได้ เพราะเรามีโรคคนทำงานชนิดใหม่ คือ โรคตึกเป็นพิษ...
โรคตึกเป็นพิษคืออะไร?
โรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick Building Syndrome (SBS) ก็คืออาการที่เกิดขึ้นจากมลพิษภายในอาคารที่วางระบบหมุนเวียนอากาศไม่ดี จึงทำให้สารระเหยที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องใช้สำนักงาน เช่น เครื่องซีร็อกซ์ พรินเตอร์ รวมถึงสารระเหยจากสีทาผนัง ไม้อัด สารเคลือบเงาทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งไรฝุ่นในพรม วนเวียนอยู่ภายในระบบปรับอากาศของตึกน่ะ
อาการที่ปรากฏก็คือ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองดวงตา และมีความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น เป็นต้นก็ร้ายแรงขนาดนี้แม้คุณหมอจะระบุว่าไม่ใช่ แต่ในความรู้สึกของพนักงานที่เหลือ อาการเหล่านี้ก็น่ากลัวประดุจการกระทำของผีร้ายนั่นทีเดียว
มีข้อสังเกตให้พิจารณาสองประการ
1. คนที่อยู่ในห้องหรือในตึกเดียวกันมีอาการพวกนี้เหมือนกันหรือไม่
2. อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในตึกเท่านั้น เมื่อออกมาภายนอกจะไม่หลงเหลืออาการอยู่อย่างนั้นหรือไม่

ถ้าใช่ทั้งสองข้อล่ะก็...แปลว่าปีศาจแสนทันสมัยนาม Sick Building Syndrome ได้เร้นตัวอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ ในออฟฟิศคุณเสียแล้วล่ะและเจ้าปีศาจตนนี้ก็จะรังควานพนักงานจนเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข ฤทธิ์เดชของเจ้าผีร้ายก็จะยิ่งแผ่กว้างครอบคลุมไปทั้งองค์กร เพราะเมื่อคนทำงานมีสภาพไม่พร้อมย่อมทำงานได้ไม่เต็มที่ สุดท้ายอาจแย่ถึงขนาดส่งผลต่อกิจการขององค์กรเลยทีเดียว

วิธีปัดรังควาญปีศาจ SBS
1. จัดการเรื่องการหมุนเวียนของอากาศให้ดีขึ้น เช่น ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หรือเปิดหน้าต่างตอนที่ปิดแอร์ เพื่อให้อากาศที่ค้างอยู่ในตึกระบายออกไปบ้าง

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นต้นกำเนิดของไอระเหยที่เป็นพิษให้น้อยที่สุด หรือเลือกวัสดุชนิดอื่นทดแทน เช่น ใช้สีทาผนังแบบที่ไม่มีโลหะหนักผสม ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้จริง หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้อัดแบบที่ปล่อยไอระเหยน้อยกว่าปกติ

3. จัดบริเวณที่มีการฟุ้งกระจายของสารระเหยแยกจากห้องทำงานของพนักงาน เช่น ห้องถ่ายเอกสาร ห้องพรินต์งาน ห้องเก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

4. ทำความสะอาดในส่วนต่างๆ ให้บ่อยขึ้น เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละออง เชื้อรา แบคทีเรียต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและพัดลมดูดอากาศ

5. หาต้นไม้ในร่มมาปลูกและตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ในห้อง เพื่อช่วยฟอกอากาศและลดปริมาณสารพิษ ยิ่งถ้าเป็นไม้ประดับที่ดูดสารพิษได้ก็ยิ่งเลิศมากและหลังจากที่ทุกคนช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะตู้ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ให้มีฝุ่นจับ รวมทั้งจัดให้มีการระบายอากาศที่ดีขึ้น ก็ไม่มีใครป่วยอีกเลย