haha

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

แก้ปัญหา... ถุงใต้ตาบวม


ถุงใต้ตาบวม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

มีใครพบกับปัญหาถุงใต้ตาบวมอยู่บ่อย ๆ ไหมคะ ? สำหรับคนที่เจอปัญหาใต้ตาคล้ำบวมอยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่รู้สาเหตุ จึงไม่รู้ว่าจะบรรเทาอาการหรือรักษาอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมสาเหตุ 5 ประการที่ก่อให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวม รวมทั้งวิธีปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงอาการมาฝากกันค่ะ

1.ใต้ตาบวมจากอาการแพ้อาหาร

ในคนที่แพ้อาหารบางราย มักมีอาการใต้ตาคล้ำบวมร่วมด้วย อันเกิดจากการทำงานผิดปกติของไตซึ่งทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ลองสังเกตตัวเองดูว่า มีอาการถุงใต้ตาคล้ำบวมหลังจากทานอาหารบางประเภทเข้าไปหรือไม่ อาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เช่น นมจากวัวที่ถูกเลี้ยงโดยการฉีดฮอร์โมน พืชผักจีเอ็มโอ หรือที่มาจากการตัดแต่งพันธุกรรม ฯลฯ หากทราบว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดใดแล้ว ก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่ทานในครั้งต่อไป แต่หากมีอาการร้ายแรงชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ เป็นผื่น หรือแน่นหน้าอกหายใจลำบาก ควรพบแพทย์โดยเร็วค่ะ

2.ใต้ตาบวมจากอาการก่อนมีประจำเดือน

หากคุณสังเกตได้ว่าอาการใต้ตาบวมนั้นเกิดเป็นประจำทุกเดือน ในช่วงไม่กี่วันก่อนประจำเดือนจะมา อาจเป็นไปได้ว่าอาการใต้ตาบวมของคุณเป็นหนึ่งในอาการ PMS (Premenstrual Syndrome) หรืออาการผิดปกติของผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน

การบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติสามารถทำได้โดย ทานอาหารที่ช่วยขับปัสสาวะ อย่างชาเขียว หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งมาก รวมทั้งลดเมนูอาหารที่ประกอบด้วยน้ำหรือน้ำแกงในช่วงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนรอบเดือนจะมา สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาการบวมคล้ำใต้ตา อันเนื่องมาจากการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของฮอร์โมนค่ะ

3.ใต้ตาบวมเนื่องจากกรรมพันธุ์

ลองสังเกตคุณแม่หรือคุณยายของคุณดูว่าท่านมีถุงใต้ตาด้วยหรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือใช่ล่ะก็ คุณคงไม่สามารถทำอะไรมากเพื่อกำจัดถุงใต้ตาที่คุณมีอยู่ได้ ที่พอทำได้คือพยายามดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะทำให้ใต้ตาของคุณบวมคล้ำมากขึ้น ถึงแม้จะไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตานี้ออกไปได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่หลงเชื่อคำโฆษณาจากเครื่องสำอางค์ หรือคอร์สเสริมความงามว่า จะลบถุงใต้ตาให้อันตรธานไปจากใบหน้าคุณได้ค่ะ

4.ใต้ตาบวมเป็นปกติ และยิ่งบวมมากขึ้นเมื่อมีอาการเหนื่อยล้า ทำงานหนัก

หากคุณมีอาการใต้ตาบวมมากกว่าคนทั่วไปเป็นปกติ และยิ่งบวมมากขึ้นเมื่อรู้สึกอ่อนล้า หรือทำงานหนัก อาจมีสาเหตุมาจากการขาดโปรตีนจำเป็น กรดไขมันสำคัญ กรดโฟลิค และวิตามินบี

คุณควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยเลือกทานอาหารที่มีโปรจำเป็น และมีวิตามินบี12 อย่างเนื้อสัตว์และปลา และดื่มนมหรือทานผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนม เช่น ชีส ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี6

5.ใต้ตาบวมเนื่องจากนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การเพ่งหน้าจอเป็นเวลานาน ฯลฯ

อาการใต้ตาบวมอันมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน อย่างนอนดึก เครียด ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทีวีเป็นเวลานาน ชั่วโมงการทำงานต่อเนื่องยาวนาน ความอ่อนล้าสะสม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ ล้วนปรากฎออกมาในรูปของสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมและตาคล้ำบวม

วิธีการบรรเทาอาการที่ดีที่สุด คือการหาเวลานอนหลับยาว ๆ สักงีบ ให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นตัวและซ่อมแซมตัวเองบ้าง โดยระหว่างนั้นคุณอาจใช้ถุงชาแช่เย็น แตงกวาสไลด์ หรือมาส์กสำหรับดวงตา แปะทิ้งไว้ที่ดวงตาด้วย

และเพื่อแก้ปัญหาให้เห็นผลในระยะยาว คุณควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เข้านอนเร็วขึ้น หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเครียด พักสายเป็นระยะหากต้องเพ่งมองหน้าจอเป็นเวลานาน และเวลาพักผ่อนยามที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนล้าค่ะ

ข้อควรระวัง

หากคุณมีอาการแพ้ชาบางชนิด ควรใส่ใจกับประเภทของชาที่คุณนำมาใช้ประคบดวงตา

ไม่ใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งสัมผัสผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ดวงตาโดยตรง

ใส่ใจกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณรอบดวงตา หรือการมาส์กดวงตาเองที่บ้าน หากอาการถุงใต้ตาบวมกลับเป็นมากขึ้นหรือมี

อาการข้างเคียงอื่น ให้หยุดใช้ในทันที และเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับคำปรึกษาและทำการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะอาการบวมใต้ดวงตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ การใช้ครีมสำหรับกระชับถุงใต้ตา หรือการบำบัดเองที่บ้านอาจไม่ใช่คำตอบที่ตรงจุด

ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจทำทรีตเม้นต์เกี่ยวกับดวงตาใด ๆ การทำความเข้าใจในปัญหา และวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างถูกต้อง จะทำให้คุณไม่ต้องสูญเงินไปกับการทำทรีตเม้นต์โดยใช่เหตุ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น